
สองฮีโร่ช่วยหงส์แดงคว้าชัยในดาร์บี้แมตช์
ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะสำคัญเหนือเอฟเวอร์ตัน 2-1 ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ โดยสองผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งต่างทำคนละประตูและช่วยให้ทีมคว้าสามแต้มได้สำเร็จ
ซาลาห์จัดการจบสกอร์ให้ทีมออกนำอย่างเฉียบขาด ขณะที่ฟาน ไดค์มาซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็นกำลังหลักของชัยชนะนัดนี้อย่างชัดเจน
แนวรับมีทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องระวัง
ฟาน ไดค์ยังคงเป็นเสาหลักในเกมรับเช่นเดิม นอกจากจะทำหน้าที่คุมแนวหลังได้อย่างมั่นคงแล้ว ยังเติมบทบาทสำคัญด้วยการทำประตูตัดสินเกมอีกด้วย ด้าน เคอร์ติส โจนส์ ที่ถูกใช้งานในบทบาทไม่ถนัดก็ยังทำผลงานได้ดีเกินคาด และช่วยเกมรับในหลายจังหวะ
อย่างไรก็ตาม แนวรับของลิเวอร์พูลก็ยังมีจุดให้กังวลอยู่บ้าง โดยเฉพาะบางจังหวะของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ปล่อยให้เอฟเวอร์ตันมีโอกาสเล่นงานจนเกือบสร้างความเสียหายมากกว่านี้
แดนกลางขับเคลื่อนได้ แต่บางรายยังไม่เด่นพอ
โดมินิค โซโบซไล ยังเป็นคนที่ช่วยทีมได้มากในเรื่องพลังงานและความขยัน เขาทำงานหนักทั้งรุกและรับ และยังเปิดเตะมุมนำไปสู่ประตูชัยด้วย ส่วน ไรอัน กราเฟนแบร์ก มีช่วงที่เล่นไม่ค่อยลื่นไหลและตัดสินใจพลาดในบางจังหวะ
ในภาพรวม ลิเวอร์พูลยังคุมจังหวะเกมได้ในหลายช่วง แต่ยังขาดความต่อเนื่องในแดนกลางอยู่บ้าง โดยเฉพาะตอนที่เอฟเวอร์ตันพยายามเร่งเกมและเพิ่มแรงกดดัน
เวียร์ตซ์น่าห่วง แม้ยังมีส่วนกับเกมรุก
หนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แต่เกมนี้เขายังไม่สามารถเล่นในระดับที่หลายคนคาดหวังได้ การจับบอล การครองบอล และจังหวะตัดสินใจหลายครั้งยังไม่คมพอ แม้จะมีส่วนร่วมกับจังหวะสำคัญบางครั้งก็ตาม
ตรงกันข้ามกับ โกดี้ คักโป ที่ทำผลงานได้ดูอันตรายกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเล่นทางฝั่งซ้าย เขาสร้างปัญหาให้แนวรับเอฟเวอร์ตันได้ตลอด และมีส่วนช่วยให้เกมรุกของลิเวอร์พูลดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
ตัวสำรองช่วยประคองเกม แต่มีทั้งเรื่องดีและเรื่องเสียดาย
เฟร็ดดี้ วู้ดแมน ที่ลงมาแทน จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ หลังนายด่านมือสองได้รับบาดเจ็บ ทำผลงานได้ถือว่าน่าพอใจสำหรับการลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกกับลิเวอร์พูล โดยมีจังหวะเซฟสำคัญที่ช่วยทีมเอาไว้ได้
ริโอ เอ็นกูโมฮา แสดงให้เห็นถึงความกล้าเล่นและความเร็ว แต่ยังขาดความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย หลังพลาดโอกาสทองในกรอบเขตโทษ ส่วนตัวสำรองรายอื่นอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เจเรมี่ ฟริมปง และ มิลอส เคอร์เคซ ลงมาช่วยเติมพลังในช่วงท้าย แม้จะยังไม่ได้สร้างอิทธิพลกับเกมมากนัก
ลิเวอร์พูลได้ชัย แต่ยังมีเรื่องให้ต้องติดตาม
ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นความทรงจำที่ดีของลิเวอร์พูลในเกมดาร์บี้ แต่ทีมก็ต้องเจอกับปัญหาใหม่จากอาการบาดเจ็บของ มามาร์ดาชวิลี่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดทัพในช่วงต่อจากนี้ โดยเฉพาะเมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังไม่ฟิตเต็มที่
แม้จะมีบางตำแหน่งที่ยังต้องเร่งปรับปรุง แต่โดยรวมแล้วลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมใหญ่ และมีตัวหลักที่สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ในช่วงเวลาสำคัญ