
สถานการณ์หนีตกชั้นเข้มข้นเหมือนเกมเก้าอี้ดนตรี
ศึกไทยลีกเข้าสู่ช่วง 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาล และสถานการณ์หนีตกชั้นยังเต็มไปด้วยความกดดัน หลายทีมยังไม่ปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และความผิดพลาดเพียงเกมเดียวอาจเปลี่ยนอนาคตของทั้งสโมสรได้ทันที
ตอนนี้มี 5 ทีมที่ยังต้องลุ้นหนัก ได้แก่ ลำพูน วอริเออร์, สุโขทัย เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, พลังกาญจน์ เอฟซี และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โดยแต่ละทีมมีเงื่อนไขต่างกัน แต่ทุกแต้มใน 2 เกมสุดท้ายมีค่ามหาศาล
ลำพูนถือไพ่ดีที่สุด แต่ยังวางใจไม่ได้
ลำพูน วอริเออร์ อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดเมื่อเทียบกับทีมอื่นในกลุ่มหนีตกชั้น หลังลงเล่น 28 นัด มี 27 แต้ม เป้าหมายของทีมค่อนข้างชัดเจน คือต้องเก็บชัยชนะในบ้านเหนือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ให้ได้
หากลำพูนชนะเกมนี้ ทีมจะขยับถึง 30 แต้ม และแทบปิดภารกิจอยู่รอดทันที เพราะนัดสุดท้ายต้องออกไปเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นงานหนักมาก โดยเฉพาะในเกมที่เจ้าถิ่นอาจเตรียมฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอล
สุโขทัยกับเมืองทองมีโปรแกรมวัดชะตาโดยตรง
สุโขทัย เอฟซี และ เมืองทอง ยูไนเต็ด มี 25 แต้มเท่ากัน และยังต้องเจอกันเองในนัดสุดท้าย ทำให้สถานการณ์ของทั้งสองทีมเต็มไปด้วยความตึงเครียด
สุโขทัยจะบุกเยือน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก่อน แล้วจึงกลับมาเปิดบ้านพบเมืองทอง หากบุกชนะโคราชได้ โอกาสรอดจะเปิดกว้างมากทันที
ส่วนเมืองทองมีงานหนักกว่าเล็กน้อย เพราะต้องเปิดบ้านพบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก่อนออกไปเยือนสุโขทัยในเกมสุดท้าย หากพลาดแต้มในบ้าน โอกาสต้องไปเล่นเกมชี้ชะตานอกบ้านจะยิ่งกดดันหนักขึ้น
พลังกาญจน์ต้องชนะรวดเท่านั้น
พลังกาญจน์ เอฟซี อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา หลังมี 22 แต้มจาก 28 นัด แม้จะได้เล่นในบ้านทั้ง 2 เกมสุดท้ายกับ ชลบุรี เอฟซี และ ราชบุรี เอฟซี แต่โจทย์ของทีมยังยากมาก
ทีมแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะรวด แล้วลุ้นให้คู่แข่งอย่างเมืองทองหรือสุโขทัยสะดุดต่อเนื่อง หากเสมอหรือแพ้เพียงนัดเดียว โอกาสตกชั้นจะสูงขึ้นทันที
นครราชสีมาอยู่ในจุดอันตรายที่สุด
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นทีมที่ลำบากที่สุดในกลุ่มนี้ เพราะรั้งอันดับสุดท้าย มีเพียง 21 แต้ม และยังมีปัญหาเรื่องเกมรุกที่ยิงได้น้อย
เกมถัดไปกับสุโขทัยจึงเป็นนัดตัดสินชะตาโดยตรง หากชนะ ทีมจะยังมีลมหายใจต่อไปจนถึงนัดสุดท้าย แต่ถ้าแพ้ก็จะตกชั้นทันทีโดยไม่ต้องรอผลเกมสุดท้าย
ทุกแต้มอาจตัดสินอนาคตทั้งฤดูกาล
โค้งสุดท้ายของไทยลีกครั้งนี้จึงไม่มีพื้นที่ให้พลาด ทีมที่คุมความกดดันได้ดีกว่าและจัดการรายละเอียดเล็กๆ ได้แม่นยำกว่า จะมีโอกาสอยู่รอดมากที่สุด
สำหรับทั้ง 5 สโมสร เกมที่เหลือไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา แต่คือการตัดสินอนาคตบนลีกสูงสุดของฤดูกาลหน้า