
วินิซิอุส ถูกกล่าวหาว่าได้รับคำเหยียดผิวจาก เพรสเตียนนี่
เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ เลกแรก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะ เบนฟิก้า 1-0 ที่สนามลิสบอน จากประตูชัยของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในนาที 50
หลังจากทำประตูได้ วินิซิอุส ฉลองหน้าทางเข้าแฟนบอลเจ้าถิ่นและได้รับใบเหลือง แต่จากนั้นไม่นาน จานลูก้า เพรสเตียนนี่ ปีกของเบนฟิก้า เข้าไปใกล้และดึงเสื้อขึ้นปิดปากก่อนพูดอะไรบางอย่างกับเขา ทำให้ วินิซิอุส ไม่พอใจและวิ่งไปบอกผู้ตัดสิน ฟรองซัวส์ เลเต็กซิเยร์ ว่าถูกเหยียดผิว
ผู้ตัดสินจึงเปิดใช้งานโปรโตคอลต่อต้านการเหยียดผิวของฟีฟ่า ทำให้เกมหยุดชั่วคราวประมาณ 10 นาที ขณะที่ผู้เล่นทั้งสองทีมออกจากสนามชั่วคราว
วินิซิอุส โพสต์ระบายความรู้สึก
หลังจบเกม วินิซิอุส โพสต์ข้อความในสตอรี่อินสตาแกรมว่า “คนเหยียดผิวคือพวกขี้ขลาด พวกเขาต้องเอาฟุตบอลมาปิดปากเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอ่อนแอแค่ไหน แต่พวกเขามีการปกป้องจากคนอื่นที่ในทางทฤษฎีมีหน้าที่ลงโทษ ไม่มีอะไรใหม่ในชีวิตผมและทีมของผมเลย ผมโดนใบเหลืองเพราะฉลองประตู ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไม ในขณะที่โปรโตคอลทำได้แย่มากและไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมไม่อยากปรากฏในสถานการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะหลังจากชัยชนะที่ยอดเยี่ยม แต่จำเป็นต้องทำ”
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ระบุว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย
หลังเกม เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ให้สัมภาษณ์กับ Amazon Prime ว่า “ผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นมากนัก เพราะน่าจะมีการสอบสวนอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับวงการฟุตบอล มันบดบังฟอร์มการเล่น โดยเฉพาะหลังจากประตูที่ยอดเยี่ยม วินิซิอุสเคยเจอเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งในอาชีพ มันไม่มีที่ว่างในฟุตบอลหรือสังคม มันน่ารังเกียจ”
โชเซ่ มูรินโญ่ พยายามรักษาความสมดุล
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเบนฟิก้า กล่าวหลังเกมว่าเขาพยายามรักษาความสมดุล และได้คุยกับ วินิซิอุส ระหว่างหยุดเกม เขาเชื่อว่าการฉลองของ วินิซิอุส อาจกระตุ้นแฟนบอล แต่ยืนยันว่าเบนฟิก้าไม่ใช่สโมสรเหยียดผิว โดยยกตัวอย่าง อูเซบิโอ นักเตะระดับตำนานของสโมสรที่เป็นคนผิวสี
ทั้งสองทีมจะกลับมาเจอกันในเลกสองที่ซานติอาโก เบอร์นาเบว วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดย เรอัล มาดริด ถือความได้เปรียบ 1-0 แต่เหตุการณ์เหยียดผิวครั้งนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการฟุตบอลยุโรป