
ทีมชาติไทยกำลังจะลงเล่นเกมสำคัญที่สุดอีกนัดในรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 แต่บรรยากาศเรื่องบัตรเข้าชมยังไม่เต็มความจุของราชมังคลากีฬาสถาน แฟนบอลที่ยังไม่ได้จับจองยังมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมตัดสินชะตาครั้งนี้
การแข่งขันนัดดังกล่าวจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 31 มีนาคม เวลา 19.30 น. โดยไทยจะพบกับเติร์กเมนิสถานในเกมสุดท้ายของรอบคัดเลือกกลุ่มดี ซึ่งผลของแมตช์นี้จะตัดสินโดยตรงว่าใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายปีหน้า
บัตรยังเหลือหลายโซน แม้เปิดขายมาระยะหนึ่งแล้ว
หลังจากไทยทิคเก็ตเมเจอร์เปิดจำหน่ายบัตรมาตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ล่าสุดเมื่อถึงวันที่ 27 มีนาคม พบว่าบัตรถูกขายหมดไปเพียง 2 โซนเท่านั้น ขณะที่อีกหลายโซนยังคงมีที่นั่งว่างให้แฟนบอลเลือกซื้อ
โซนที่ยังเหลือประกอบด้วย W2-W3 ราคา 450 บาท, E2-E3 ราคา 300 บาท, รวมถึงโซน S และโซน N ที่ราคา 200 บาท ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าไปเชียร์ในสนามยังพอมีตัวเลือกอยู่พอสมควร
ราชมังคลาฯ เคยแน่นมาแล้ว และเกมนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน
หากดูจากสถิติ 10 เกมหลังสุดที่ราชมังคลากีฬาสถาน จะเห็นได้ว่ามีแฟนบอลเข้าชมรวมกันมากกว่า 271,000 คน และเกมที่มีผู้ชมมากที่สุดคือรอบชิงชนะเลิศอาเซียนคัพ 2024 นัดที่สอง ซึ่งไทยแพ้เวียดนาม 2-3 โดยวันนั้นมีแฟนบอลเข้าสนามถึง 46,982 คน
ด้วยความสำคัญของเกมกับเติร์กเมนิสถาน หลายฝ่ายจึงคาดหวังว่าจะมีแฟนบอลเข้ามาสร้างบรรยากาศกดดันคู่แข่งให้ได้มากที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่แค่นัดธรรมดา แต่เป็นแมตช์ที่ตัดสินเส้นทางของทีมชาติไทยโดยตรง
ไทยกับเติร์กเมนิสถานแต้มเท่ากัน แต่ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ตอนนี้ทั้งสองทีมลงเล่นไปแล้ว 5 นัดและมี 12 คะแนนเท่ากันจากผลงานชนะ 4 แพ้ 1 เหมือนกันทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม ไทยยังเสียเปรียบในเฮดทูเฮด เพราะเกมแรกเติร์กเมนิสถานเปิดบ้านชนะไป 3-1
นั่นทำให้สถานการณ์ของช้างศึกชัดเจนมาก คือจะต้องชนะเท่านั้น หากทำได้ก็จะพลิกสถานการณ์และคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายทันที แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ เส้นทางก็จะจบลงตรงนี้
นี่คือเกมที่แฟนบอลมีบทบาทสำคัญอย่างมาก
เมื่อเงื่อนไขมีเพียงอย่างเดียวคือชัยชนะ เสียงเชียร์จากอัฒจันทร์จึงอาจมีความหมายมากกว่าปกติ ทีมชาติไทยต้องการทั้งพลังจากในสนามและแรงสนับสนุนจากแฟนบอลรอบสนามเพื่อช่วยผลักดันให้ผ่านค่ำคืนที่กดดันนี้ไปให้ได้
เวลานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแท็กติกหรือฟอร์มการเล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของบรรยากาศโดยรวมด้วย และราชมังคลากีฬาสถานกำลังรอการรวมพลังครั้งสำคัญจากแฟนบอลไทยอีกครั้ง