
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะฟูแล่ม 2-1 แบบหืดจับในแมตช์ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ทีมออกนำ 2-0 แต่เกือบเสียแต้มก่อน เบนจามิน เซสโก้ ตัวสำรองยิงประตูชัยช่วงท้าย อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของเกมนี้คือการกลับมาของ คาเซมิโร่ ที่โชว์ฟอร์มระดับโลก
คาเซมิโร่โดดเด่นสุดสนาม เกี่ยวข้องสองประตู
กองกลางทีมชาติบราซิลคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในสนาม เขาคุมเกมแดนกลางได้อย่างเหนียวแน่น ตัดบอลได้หลายครั้ง และมีส่วนตรงกับทั้งสองประตู ประตูแรกมาจากลูกตั้งเตะ คาเซมิโร่ขึ้นโหม่งจากฟรีคิกของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ประตูที่สองคือการทะลุบอลให้ มาเธอุส คุนญ่า หลุดไปยิงมุมแคบอย่างเฉียบขาด แฟนบอลลุกขึ้นปรบมือดังสนั่นเมื่อเขาถูกเปลี่ยนออกนาที 75 แสดงถึงการยอมรับจากแฟนบอลที่ยังคงมีให้เขาอย่างชัดเจน
หลังคาเซมิโร่ออก ทีมเสียความนิ่งทันที
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังคาเซมิโร่ลงจากสนาม แมนยูเสียความมั่นคงในแดนกลางทันที มานูเอล อูการ์เต้ ที่ลงมาแทนไม่สามารถคุมเกมได้ในระดับเดียวกัน ทำให้ฟูแล่มมีพื้นที่โจมตีมากขึ้น ผลคือเสียจุดโทษให้ ราอูล ฮิเมเนซ และถูกตีเสมอจากลูกยิงโค้งสวยของ เควิน ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทีมเกือบเสียแต้มทั้งที่คุมเกมได้เหนือกว่าเกือบทั้งแมตช์ ภาพคาเซมิโร่นั่งก้มหน้าบนม้านั่งสำรองตอนเสียประตูตีเสมอสะท้อนความผูกพันที่เขายังมีกับทีม ก่อนจะลุกขึ้นดีใจกับ ไมเคิล คาร์ริค หลังประตูชัย
สัญญาหมดสิ้นฤดูกาลนี้ แยกทางแน่นอน
ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของคาเซมิโร่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สัญญาจะหมดลงหลังจบซีซั่น และทั้งสองฝ่ายตกลงแยกทางกันเรียบร้อยแล้ว เหตุผลหลักคือค่าเหนื่อยสูงถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งมากที่สุดในทีม แม้ฟอร์มในสนามยังดีและสม่ำเสมอ แต่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างค่าใช้จ่ายระยะยาวของสโมสร เขาได้รับประโยชน์จากโปรแกรมที่เบาลงเพราะไม่มีบอลยุโรป ทางเลือกที่ดีอาจเป็นต่อสัญญาด้วยค่าเหนื่อยลดลง แต่การอำลาถูกประกาศชัดเจนแล้ว เส้นทางของทั้งสองฝ่ายจึงมาถึงจุดสิ้นสุด
ไม่ว่าเขาจะทำผลงานดีแค่ไหนในช่วงที่เหลือ แฟนบอลต้องยอมรับว่าหลังจบฤดูกาลนี้ คาเซมิโร่จะไม่อยู่ในแผงมิดฟิลด์อีกต่อไป คำถามที่ยังค้างคือแมนยูจะหากองกลางที่มีประสบการณ์ ความนิ่ง และความเข้าใจเกมในระดับเดียวกันมาแทนได้หรือไม่ เพราะเกมนี้และหลายเกมก่อนหน้าพิสูจน์แล้วว่าทันทีที่คาเซมิโร่ไม่อยู่ ทีมควบคุมเกมได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด